:: หมวด 5 ประมวลตำรับยาใช้รักษาโรคสตรี และทารก ::


     

บอกกล่าว


ผู้เขียนได้ใช้เวลาค้นคว้า และพิสูจน์เรื่องตัวยาและสรรพคุณของยาสมุนไพรมาเป็นเวลา 40 ปีเศษ พอจะกล่าวได้ว่าผ่านประสบการในเรื่องสรรพคุณของยาสมุนไพรแต่ละขนานมามากและนานพอสมควร จะได้คัดเลือกเอาเฉพาะแต่ยอดยาที่มีสรรพคุณสูง หรือเรียกว่ามีความขลัง มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง คือ สามารถบำบัดรักษาโรคนั้น ๆ หายมาแล้วนับร้อยนับพันรายมาบันทึกไว้ ซึ่งตัวยาแต่ละขนาน เป็นตัวยาที่มีตำราอยู่ในของท่าน หมอชีวกโกมารภัจ (ซึ่งพราหมณ์นำมาติดตัวขึ้นที่นครศรี-ธรรมราชสมัยก่อนกรุงศรีอยุธยาและพราหมณ์ได้แปลไว้) บ้างในตำราที่ท่านผู้ทรงภูมิความรู้ชั้นสูงในเรื่องตัวยาสมุนไพรทั้งไทยและชาติประเทศใกล้เคียงได้บันทึกไว้บ้าง ทั้งนี้ก็เพื่อประสงค์ที่จะให้เกิดประโยชน์สุขอันยิ่งใหญ่แก่ท่านผู้อ่าน ในสมัยที่ร่างกายเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยโรคต่าง ๆ

จึงขอให้ท่านผู้อ่านและเป็นเจ้าของหนังสือเล่มนี้ เชื่อมั่นอย่างแน่วแน่เถิดว่า ยาแต่ละขนานที่นำมาลงไว้ในหนังสือเล่มนี้มีสรรพคุณสูง สามารถบำบัด ทำลาย รักษาโรคแต่ละชนิดที่ครอบงำเบียดเบียนร่างกายของมนุษย์แต่ละคนได้แน่นอน คือ อาจสามารถพิชิตโรคให้หายไปได้อย่างคาดคิดไม่ถึงก็ได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องไม่ลืมคำนึงที่ท่านโบราณอาจารย์ได้กล่าวแสดงหลักความจริงไว้ว่า "ลางโรคเกิดจากลางเชื้อ ลางเนื้ออาจถูลับลางยา" ซึ่งหมายความว่า คนเป็นโรคชนิดเดียวกันยาไม่หายด้วยยาขนานหนึ่ง ที่คนอื่นเคยใช้รักษาหายมาแล้ว แต่กลับไปหายด้วยยาขนานหนึ่งทั้ง ๆ ที่ยาขนานนั้นมีสรรพคุณแก้โรคชนิดเดียวกัน

ฉะนั้น ในการนำยอดยาขนานที่ทรงประสิทธิ์ภาพ แต่ละขนานมาลงไว้ ตัวยาที่นำมารักษาบางอย่างจะเห็นว่ามีขนานที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 คือ ตัวยาอาจไม่เหมือนกันแม้จะรักษาโรคเดียวกันก็เพื่อให้ท่านผู้อ่านที่อาจเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาในบางครั้งบางสมัย และมีความประสงค์ที่จะใช้ยาสมุนไพรได้มีโอกาสเปลี่ยนเป็นขนานอื่นบ้าง หากกินขนานที่ 1 เป็นต้นมานานพอสมควรแล้ว แต่โรคนั้นยังไม่หายเป็นที่ทราบกันทั่วไปว่ายาสมุนไพรนั้นออกฤทธิ์ช้ากว่ายาแผนปัจจุบันหรือที่ชาวบ้านเรียกว่ายาฝรั่ง เพราะในกรณีที่เขานำพืชมาประกอบเป็นตัวยา ฝรั่งเขาใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ สกัดเอาส่วนที่เป็นประโยชน์ของพืชมาผสมกันจึงออกฤทธิ์เร็วกว่า

ดังนั้น ในการต้มเครื่องยาสมุนไพรแต่ละหม้อ หากเป็นไปได้หรืออยู่ในวิสัยที่จะทำได้ก็ควรนำมาตำด้วยครกเป็นต้น หรือหากวื้อจากร้านขายยาก็ให้ร้านบดพอให้แตกชนิดไม่ถึงขั้นละเอียดก่อนใส่หม้อต้ม (เว้นที่ระบุว่าต้องบดให้เป็นผงละเอียด) แล้วใช้ผ้ากรองแป้ง หุ้มปากหม้อ ก็จะทำให้สรรพคุณของพืชออกฤทธิ์ ได้เร็วกว่าที่ใส่ลงไปทั้งชิ้นโต ๆ และหากได้พืชที่สด ๆ ก็ยิ่งเกิดผลดีกว่าพืชแห้ง (ซึ่งผู้ขายอาจเก็บไว้นานเกินควร)

อนึ่งก่อนรับประทานหรือใช้ยาแต่ละชนิดแต่ละขนาน หากได้สำรวมจิตใจแสกคาถาอัตถิอิมัสมิงกาเย ฯลฯ และสักกัตวาฯลฯ ที่ได้นำมาแสดงไว้ในหนังสือเล่มนี้ (ตอนว่าด้วยยอดของพระพุทธมนต์หรือพระคาถา) หรือตั้งจิตอาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนสักการะบูชาเคารพนับถือ เช่น อำนาจทิพย์ของพระรัตนตรัย ของเทพเจ้าและพระเจ้า วิญญาณของท่านหมอชีวกโกมารภัจ ของท่านโบราณาจารย์ผู้ทรงคุณธรรมอื่น ๆ ให้เสด็จมาสถิตอยู่ในตัวยา แล้วช่วยบันดาลรักษาโรคในร่างกายของตนของผู้ที่ตนรักษา หรือเพ่งกระแสจิตของตนลงไปให้แรงกล้าว่าโรคในร่างกายจะต้องกลื่นหลุดลอยหายลับดับสูญไปด้วยตัวยาขนานนี้ ก็จะเป้นการเพิ่มความขลังความศักดิ์สิทธิ์ในการรักษาโรคได้ดียิ่งขึ้นเป็นทวีคูณ.. ผู้เขียนจะได้นำยอดตำรับยาเฉพาะขนานที่มีสรรพคุณสูงจริง ๆ ซึ่งคนป่วยแต่ละรายนำไปรักษาโรคนั้น ๆ หรือบำรุงอวัยวะนั้น ๆ เกิดผลดีมาแล้วเป็นจำนวนมาก มาแสดงไว้เพื่อประโยชนืสุขแก่กุลบุตรเป็นตำหรับ ๆ ไป




ลำดับ 1

ยอดยาเกี่ยวกับสตรีสาว

ที่เห็นว่าดีและอาจต้องใช้เมื่อจำเป็น




ยอดยาและวิธีการให้ประจำเดือนที่หยุด-ขาด มาตามปรกติ



ประจำเดือนที่หยุดและไม่มา หากมิได้มีสาเหตุมาจากโรคที่เกิด เพราะฤดูวิบัติ เพราะเส้นเอ็นวิบัติ เพราะเลือดวิบัติ พราะผิวหนังวิบัติ เพราะอารมณ์วิบัติ (เช่นเพราะตกใจมาก) ซึ่งไม่เกี่ยวกับการรักษาด้วยยอดยาขนานนี้ แต่เกิดจากการร่วมเพศตามปรกติวิสัย แล้วประจำเดือนเกิดไม่มา จะล่วงมาแล้ว 3 อาทิตย์ ก็ตาม 4 อาทิตย์ ก็ตาม ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ไม่อยู่ในโอกาศและฐานะที่จะรับภาระต่างๆ จาการขาดประจำเดือนนั้นได้ จึงประสงค์ที่จะให้ประจำเดือนมาตามปรกติ ในเรื่องนี้หากตนไม่มีความรู้ในการแก้ไขก็จะต้องยุ่งยากหรือเสียเงินตราจำนวนมากในการที่จะให้เป็นไปตามประสงค์ของตน แต่หากปฏิบัติตามตำราขนานเอกนี้ ที่ท่านผู้เฒ่ายอดแพทย์แผนโบราณได้ประสาทแนะนำไว้ด้วยเมตตาจิต ทุกอย่างจะเรียบร้อยมีความสุขตามปรกติสืบไป



ยอดตัวยาที่นำมากินขนานที่ 1



1.สมอไทย หนัก 5 บาท

2. ใบส้มป่อย หนัก 2 บาท

3. ดีปรี หนัก 1 บาท

4. ขิงสดแก่ หนัก 1บาท

5. ใบรากชะพลู (สดยิ่งดี) หนัก 1 บาท

6. ฝาง หนัก 2 บาท



วิธีต้มและกิน

ใส่น้ำ 4 ขันขนาดกลาง เคี่ยวให้เหลือ 1 ส่วนหรือหนึ่งขัน กินครั้งละ 1 แก้ว ก่อนอาหาร 15 นาที วันละ 3 ครั้ง หากเหลือจะกินก่อนนอนด้วยก็ได้ กินไปเรื่อย ๆ ไม่กี่วันประจำเดือนก็มาตามปรกติ

หมายเหตุ ยา 1 หม้อกินได้เพียง 1 วัน



ยอดตัวยาที่นำมากินขนานที่ 2



ให้นำต้นกระเม็งสดที่มีดอกแล้วมาหนักประมาณขีดครึ่ง (ขีดกิโลกรัม) ตำให้ละเอียดผสมกับสารส้มที่ตำให้ละเอียดแล้วโตประมาณหัวแม่เท้า หากมีใยแมลงมุมที่อยู่บนเตาไฟไม้ฟืนตามบ้านนอกมาผสมลงไปด้วยก็ดี เคล้าให้เข้ากัน ผสมกับเหล้าโรงกินครั้งละ 1 ช้อนคาว ก่อนอาหาร 3 เวลา หรือ 4 เวลากินไปเรื่อย ๆ จะกินคู่ไปกับยาต้มด้วยก็ได้ ไม่กี่วันประจำเดือนจะออกมาตามปรกติแล

หมายเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้มดลูกชอกช้ำ ให้เอาหัวไพลสดตำลงไปด้วย ยานี้หากกินหมดแล้วก็ให้ทำกินใหม่ติดต่อกันไป



ตัวยาที่ใช้นำมาล้าง



ให้เอาตัวยาอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้มาต้มกับน้ำให้ข้นขึ้นคือ 1. ใบส้มป่อยก็ได้ (สดยิ่งดี) 2. ส้มมะขามสุกก็ได้ 3. สบู่ซันไลท์ก็ได้ 4. สารส้มก็ได้

เมื่อนำตัวยาอย่างใดอย่างหนึ่ง ามที่จะหามาได้มาต้มจนข้นแล้วก็กรองเอาแต่น้ำกรอกใส่ลูกยาง ที่เขาจำหน่ายไว้บีบเข้าทวารเด็กใส่ให้เต็มลูกยางขนาดโต ก่อนที่ฉีดเข้าไปในช่องคลอด ควรให้คนป่วยนอนหงายหาหมอนรองก้นให้สูงนิดหน่อย จะให้ดีจริง ๆ ควรหาสายยางขนาดเท่ามือแม่มือสอดเข้าไปด้วยให้ลึก เพื่อให้น้ำที่ฉีดเข้าไปได้ไหลออกมาทางสายตาที่สอดเข้าไปโดยสะดวก แล้วจึงฉีดน้ำยาเข้าไปให้แรง

หมายเหตุ น้ำผสมตัวยาที่จะฉีดเข้าไปต้องเป็นน้ำที่ยังอุ่นอยู่ ห้ามใช้น้ำเย็นอย่างเด็ดขาดอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การล้างก็ควรล้างวันละครั้งก่อนเข้านอนเช่นตอนเย็นจึงดี กินยาด้วยล้างด้วยจะช่วยให้สำเร็จผลเร็วยิ่งขึ้น



ตัวยาที่ใช้ประคบ



เอาใบพลับพลึงสดมาพอประมาณ เอาใบมะขามสดมาพอประมาณ เอาใบมะฝ่อมาพอประมาณ (หาใบมะฝ่อไม่ได้ใช้ใบละหุ่งสดแทนก็ได้) เอาสิ่งทั้ง 3 มาวางไว้บนผ้าที่จะใช้เป็นลูกประคบ แล้วเอาอิฐ 3 หรือ 4 ก้อนไปเผ่าไฟถ่านให้ร้อนจัดที่สุด ได้ดีแล้วคีบอิฐมาวางที่พื้นราดดับความร้อนระอุด้วยน้ำเกลือ คือน้ำที่ผสมเกลือมาก ๆ ไว้ก่อนแล้วจากนั้นก็ยกวางไว้บนตัวยาสมุนไพรที่เตรียมไว้แล้ว ห่อผูกให้แน่นนำใบประคบเบาๆ ให้ทั่วบริเวณท้องน้อยตรงมดลูกและทั่ว ๆ บริเวรแผ่นเอว โดยหม่ลืมที่จะเอาผ้าปูไว้บนผิวหนังเสียก่อนที่จะลงมือประคบ เมื่อหมดความร้อนจึงหยุดประคบ ทำวันละครั้ง ทำควบคู่ไปกับการกินยาหรือฉีดยาล้างก็ได้ รับรองประจำเดือนจะมาตามปกติทุกราย ไม่ต้องสงสัยกังวลใจประการใดเลย

หมายเหตุ ตำหรับยาวิเศษขนานนี้ หากมีผู้สงสัยว่าจะได้ผล 100 % หรือไม่ก็ให้ไปถามข้อความจริงได้ที่ คุณหมอมานะ ไทยวิบูลย์วงศ์ ร้านมงคลเวชในตลาดเสสะเวช อยู่เยื้อง ส.น. บางยี่เรือไปตลาดพลู ฝั่งธนบุรี ได้ทุกเวลา (ท่านได้ตายไปแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม 2540 ถามลูกชายแทนก็ได้)



ยอดยาแก้อาการแพ้ท้อง



(อาการไม่ค่อยสบาย เมื่อยเนื้อตัว ตาฟาง หูหนัก อาเจียนคล้าย ๆ เป็นลม มีอาการกินไม่ได้นอนไม่หลับ)



ขนานที่ 1

1. ดอกและเกสรบัวหลวง หนัก 4 บาท

2. ดอกจงกลนี หนัก 4 บาท

3. หัวแห้วหมู หนัก 4 บาท

4. เทียนดำ หนัก 4 บาท

5. กระจับบก หนัก 4 บาท

ตำเป็นผง ละลายน้ำซาวข้าวครั้งที่ 2 กินก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง 3 เวลาก่อนนอน อาการแพ้ท้องหายแล



ขนานที่ 2

1. แก่นสน หนัก 1 บาท

2. จันทร์เทศ หนัก 1 บาท

3. เทพธาโร หนัก 1 บาท

4. ขิงแห้ง หนัก 1 บาท

5. แห้วหมู หนัก 1 บาท

6. ลูกผักชี หนัก 1 บาท

7. ลูกมะตูมอ่อน หนัก 1 บาท

8. รากชะพลู หนัก 1 บาท

9. หญ้าตีนเป็ด หนัก 1 บาท

10. รากแฝกหอม หนัก 1 บาท

11. หัวหอมสด หนัก 1 บาท

12. ต้นตะไคร้ หนัก 1 บาท

13. ลูกยอแก่เผาไฟ 3 ลูก

ใส่หม้อต้มกินก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง 3 เวลา ครั้งละ 1 ถ้วยชา อาการแพ้ท้องหายแล



ยอดยากินทำให้มีลมเบ่งแรง



ขนานที่ 1

1. 1.ฝักบัวหลวงหนัก 4 บาท

2. รากหญ้าไทร หนัก 4 บาท

3. รากลำเจียก หนัก 8 บาท

ใส่หม้อต้มกินน้ำครั้งละ 1 ถ้วยชาใหญ่ (มีหู) ผสมน้ำตาลทราย 1 ช้อนกาแฟ เมื่อรู้ตัวว่าใกล้จะถึงวันคลอดลูก (คือเมื่อรู้สึกเจ็บท้อง) กินวันละ 5-6 ครั้ง สรรพคุรของยาจะทำให้มีลมเบ่งแรงโดยธรรมชาติแต่เมื่อคลอดลูกออกมาแล้วกินทุกๆ ครึ่งชั่วโมง สรรพคุรของยาจะทำให้มดลูกบีบตัวขับรกที่ติดค้างออกมาได้หมดอีกประการหนึ่ง



ขนานที่ 2

1. หญ้าพันงูแดง

2. ใบเสนียด

3. จันทร์แดง

4. จันทร์ขาว

5. ขมิ้นอ้อย

6. ขี้ครั่งดิบ

ตัวยาทั้งหมดเอาหนักอย่างละเท่า ๆ กัน (เว้นขมิ้นอ้อย) ใส่หม้อกินต้มน้ำ ก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง 3 เวลา และก่อนนอนครั้งละ 1 ถ้วยชา ก่อนที่รู้ตัวว่าจะถึงวันคลอด จะเกิดลมเบ่งเด็กออกจกท้องง่ายและสะดวกมาก



ยอดยาแก้สตรีโลหิตเป็นก้อนในท้อง



เมื่อสตรีมีโลหิตเกิดขึ้นและก่อนขึ้นในท้องน้อยมีอาการปวด-แน่น-จุกเสียด อาจทำให้ตับแข็งได้ ให้ทำยาดังต่อไปนี้กิน โรคหายแน่แล

1. ผักเสี้ยนผี หนัก 1 กิโลกรัม

2. พริกไทยล่อน หนัก 4 ขีดของกิโล

3.ขิงแห้ง หนัก 4 ขีดของกิโล

4. กระเทียม หนัก 4 ขีดของกิโล

ต้มกินน้ำครั้งละ 1 ถ้วยชา (ชนิดมีหู) ก่อนอาหาร 3 เวลา



ยอดยาบำรุงครรภ์สตรีขนานวิเศษ



ก. ขนานตัวยาไทย

1.โกฐจุฬาลัพา

2. โกฐหัวบัว

3. โกฐเชียง

4. โกฐเขมา

5.โกฐสอ

6 เทียนข้าวเปลือก

7. กระลำพัก

8. อบเชย

9. ชะลูด

10. เทพธาโร

11. ขอนดอก

12. จันทร์ขาว

13. จันทร์แดง

14.เปลือกสมุนไพร

15. แก่นสอน

16. เทียนตาตัก๊แกน

17. เทียนดำ

18. เทียนแดง

19. เทียนขาว

20. กฤษณา

21. รากสามสิบ

เอาหนักอย่างละ 1 บาท ใส่หม้อต้มให้นานครึ่งชั่วโมงกินน้ำครั้งละ 1 ถ้วยชา (ถ้วยมีหู) ก่อนอาหารครึ่งชั่วโมงเช้า เย็น กินอาทิตย์ละ 4 ครั้ง กินเรื่อยไปตั้งแต่ท้องได 2-3 เดือน เป็นต้นไป



สรรพคุณของยา

จะบำรุงให้มารดาและทารกมีสุขภาพแข็งแรง บำรุงหัวใจ บำรุงเลือด บำรุงระบบการย่อยอาหาร ช่วยบำรุงสมองของทารกในครรภ์ให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด มีขีดความสามารถที่เรียกว่า I.Q. สูง



ข.ขนานตัวยาจีน

1. ชวนป๋วน หนัก 1 สลึง

2. แปะเจี๊ยก หนัก 2 หุน 1 เฟื้อง

3. ขวนผก หนัก 8 หุน

4. ขี่เที่ย หนัก 7 หุน

5. เกียงอั๊ว หนัก 5 หุน

6. เก็งไก่ หนัก 8 หุน

7. จี้ชัก หนัก 1 สลึง

8. ชวนเกียง หนัก 1 สลึง 1 เฟื้อง

9. ปักคี้ หนัก 8 หุน

10. กำเช้า หนัก 5 หุน 1 เฟื้อง

11. ตังกุย หนัก 1 สลึง 1 เฟื้อง

12. เซเกีย 3 แผ่น

13. โก้วซี หนัก 1 สลึง 1 เฟื้อง

ยาจีนขนานนี้ มีสรรพคุณเช่นเดียวกับยาไทย ดังได้กล่าวมาแล้ว แต่โอสถสารของยาบางอย่างดีกว่า-แรงกว่า ราคาจึงอาจแพงกว่าราคาไทย



วิธีกิน

ยา 1 เทียบ ใส่น้ำ 2 ชามข้าวต้ม เคี่ยวให้เหลือครึ่งชามกินให้หมด ก่อนอาหารเช้าครึ่งชั่วโมง กากที่เหลือใส่น้ำ 1 ชามครึ่ง เคี่ยวให้เหลือครึ่งชามแล้วไว้กินวันรุ่งขึ้นอีกครั้งกินเดือนละ 1 เทียบตั้งแต่ท้องได้ 3 เดือนจนกว่าจะคลอด มีสรรพคุณในการบำรุง มารดาและทารกวิเศษนักแล


ค. ขนานตัวยาไทยอีกตำรับหนึ่ง

1. โกฐทั้ง 5

2. เทียนทั้ง 5

3. บัวน้ำทั้ง 5

4. จันทร์ทั้ง 2

5. กฤษณา

6. กระลำพัก

7. ชะลูด

8. แก่นสน

9. รากสามสิบ

10. เทพธาโร

11. อบเชย

12. เปลือกสมุลแว้ง

ทั้งหมดเอาอย่างละเท่า ๆ กัน ต้มกินน้ำครั้งละ 1 ถ้วยชา เช้า-เย็น ก่อนอาหารและก่อนนอนกินเรื่อยๆ ตั้งแต่ท้องได้ 2-3เดือนไปแล้ว มีสรรพคุณ อย่างเดียวกับขนาน ก.ข. นั่นแล


พระคาถาอานุภาพพระพุทธเจ้า 7 องค์

(ทำน้ำมนต์ให้สตรีมีครรภ์กิน)




เนื่องจากการทำยาสมุนไพรรับประทาน อาจเกิดความไม่สะดวกและขัดข้องเรื่องทุนทรัพย์ สำหรับบางครอบครัว เพราะปัจจุบันตัวยาสมุนไพรก็ไม่ถูกเสียแล้ว หากจะให้มารดาและทารกในครรภ์ได้รับผลดีเหมือนกับการกินยา จะหันมาใช้พระคาถาอานุภาพของพระพุทธเจ้า 7 พระองค์ แทนก็ได้ผลดีใกล้เคียงกัน โดยตั้งจิตให้แน่วแน่ บริกรรมภาวนาลงในน้ำอธิษฐานให้เป็นน้ำพระพุทธมนต์ที่ทรงความศักดิ์สิทธิ์



ลำดับอานุภาพของพระพุทธเจ้า 7 พระองค์




1. ชัยยะ ชัยยะ อิติปิโสภะคะวา อะระหังสัมมาสัมพุทโธ พระพุทธะวิปัสสี อานุภาเวนะ สุวัณณะรัชตัง อุปปันนัง

2. ชัยยะ ชัยยะ อิติปิโสภะคะวา อะระหังสัมมาสัมพุทธโธ พระพุทธะสิขี อานุภาเวนะ สุวัณณะรัชชะตัง อุปปันนัง

3. ชัยยะ ชัยยะ อิติปิโสภะคะวา อะระหังสัมมาพุทธโธพระพุทธเวสสะภู อานุภาเวนะ สุวัณณะรัชตัง อุปปันนัง

4. ชัยยะ ชัยยะ อิติปิโสภะคะวา อะระหังสัมมาสัมพุทธโธ พระพุทธะกุกุกสันโธ อานุภาเวนะ สุวัณณะรัชตัง อุปปันนัง

5. ชัยยะ ชัยยะ อิติปิโสภะคะวา อะระหังสัมมาสัมพุทธโธ พระพุทธโกนาคม อานุภาเวนะ สุวัณณะรัชตัง อุปปันนัง

6. ชัยยะ ชัยยะ อิติปิโสภะคะวา อะระหังสัมมาสัมพุทธโธ พระพุทธะกัสสะปะ อานุภาเวนะ สุวัณณะรัชชะตัง อุปปันนัง

7. ชัยยะ ชัยยะ อิติปิโสภะคะวา อะระหังสัมมาสัมพุทธโธ พระพุทธสิริสากยะมุนี อานุภาเวนะ สุวัณณะรัชตัง อุปปันนัง



อานุภาคของพระคาถา ใช้เสกทำน้ำมนต์ ให้สตรีที่กำลังตั้งครรภ์ ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปดื่มกินเป็นประจำ เวลาคลอดก็จะคลอดง่าย ทารกที่เกิดมาก็จะมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงมีบุคลิกและสติปัญญาทั้งทางคดีโรคคดีธรรม ประเสริฐมนุษย์คนหนึ่ง มีความกตัญญูในบิดามารดาสูง



วิธีเสกพระคาถาทำน้ำมนต์



เมื่อจะเสกพระคาถาทำน้ำมนต์ ในวันแรก ให้เอาเทียนมา 7 เล่ม ดอกบัวที่สวย ๆ 7 ดอก จุดทวายบูชาพระพุทธเจ้าทั้ง 7 พระองค์ แล้วทำจิตใจให้สงบ อธิบฐานให้เกิดผลแก่ทารก ตามปรารถนาแล้วนั่งเจริญภาวนาปลุกเสก เป่าลงในน้ำมนต์ให้ครบ 108 จบ ควรใช้น้ำมาก ๆ จะได้เก็บไว้ดื่มได้นาน ๆ หรือเมื่อน้ำพร่องไปก็เพิ่มน้ำใหม่เรื่อย ๆ เมื่อมีโอกาสว่าง ๆ ก็ควรนำน้ำมนต์มาปลุกเสก เพิ่มอานุภาพลงไปอีกจะเป็นกี่จบก็ได้ ไม่จำเป็นให้ได้ 108 จบ พร้อมทั้งระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยและอธิบฐานเอาเถิด การดื่มให้ดื่มครั้งละ 1 ถ้วยชาจีนไม่มีหูก็ได้


ยอดยาสตรีคลอดบุตรแล้วเกิดสลบ-ให้กลับฟื้น

1. กระชาย 1แง่ง

2. พริกไทย 7 เม็ด

3. ดีปลีเชือก 7 ดอก

เอายาทั้ง 3 ตำให้ละเอียดผสมเหล้าโรง งัดปลากกอกยาให้กิน จะฟื้นจากสลบได้ในเวลาอันรวดเร็ว


ยอดยาแก้สตรีเลือดออกทางทวารเบา

1. เทียนดำ

2. กระเทียม

3. พริกไทย

4. หัวขิง

5. เมล็ดมะกอก

6. ย่างทราย

ยาทั้งหมดเอาหนักอย่างละ ๆ เท่ากัน บดเป็นผงละลายน้ำสุก ผสมน้ำตาลนิดหน่อยกินเลือดหยุดแล


ยอดยาแก้สตรีตกโลหิต

(ตอนมีประจำเดือน หรือตอนแท้งลูก หรือตอนจะหมดประจำเดือน)



ขนานที่ 1

ให้เอาขิงสด 1 ชะเอม 1 มาอย่างละเท่า ๆ กัน กะให้ได้ปริมาณที่สมควรแก่การรับประทาน นำมาตำเป็นผง ผสมกับเหล้าโรง รับประทานทันที เมื่อมีอาการตกโลหิต ได้ผลดีนักแล

ขนานที่ 2

ให้เอาตาไม้ไผ่ป่า 7 ตา กับขี้ธูปที่ถังธูปบูชาพระ 3 หยิบมือ ใส่น้ำพอสมควรต้มกินน้ำให้หมด เลือดจะหยุดไหล

ขนานที่ 3

ให้เอารากคำฝอย 1 สารส้ม 1 ทะลายหมากดิบ 1 ตำเข้าด้วยกัน คั้นเอาน้ำกินเลือดจะหยุดไหล กินแล้วหากเกิดมีเลือดออกอีกก็ให้ทำยาอย่างเก่าแล้สผสมสุราโรงลงไปครึ่งหนึ่งของน้ำยา กินอีกเลือดก็จะหยุดไหล แน่นนอนแล


ยอดยาแก้ระดูมาเหม็นเน่า (เลือดร้าย)

(1) เทียนดำ หนัก 1 บาท (2) กระเทียม หนัก 1 บาท (3) ดีเกลือ หนัก 1 บาท นำตัวยาทั้งหมดบดรวมกันใส่ขวดปากกว้างปิดฝาไว้ เวลากินตักมา 1 ช้อนกาแฟพูนๆ ผสมกับเหล้าโรง กินก่อนอาหาร 3 เวลา ยาจะขับเลือดเน่าร้ายอกหมดแล

สรรพคุณ ของยาขนานนี้ ใช้กินกับโลหิตตกภายในได้อีกด้วย


หมายเหตุ อาการที่มีน้ำใสคล้ายแป้งสีขาวมีกลิ่นเหม็นไหลออกจากช่องคลอดเป็นประจำ อย่าได้เหมาว่าในโรคระดูเสียหรือเลือดเสียเสมอไป อาจไม่หายแม้ใช้ยาเกี่ยวระดูขนนใด ๆ เพราะอาการดังกล่าวอาจเกิดจากเชื้อราส่าหมักเริ่มจากมีตุ่มเล็ก ๆ ขึ้นในช่องคลอดมีอาการคันมาก มีน้ำคล้ายแป้งไม่ใสสีขาว ไหลซึมอยู่มีกลิ่นเหม็นและเชื้อจะกัดกินบริเวณอวัยวะเพศทำให้แสบอักเสบ ทำให้ปัสสาวะขัด และเจ็บปวดเวลาร่วมหลับนอน อาการอย่างนี้อาจไม่ใช่รมหรือใช้สอดไส้ด้วยตัวยาสมุนไพรก็ต้องให้แพทย์แผนปัจจุบันตรวจดู แล้วแพทย์จะสั่งยาที่สอดเข้าไปรักษาภายในช่องคลอดให้รักษา นอกจากนี้อาจเกิดจากการติดเชื้อโกโนเรียจากแฟนก็ได้ จากเชื้อพยาธิก็ได้ แพทย์ปริญญาอาจตรวจพบได้ดี แล้วแพทย์จะรักษาตามอาการของโรค


ยอดยากินแก้ระดูสตรีมาไม่ปกติ-กะปริดกะปรอย

1. ขิง

2. ดีเกลือไทย

3. พริกไทยดำ หนักสิ่งละ 3 บาท

4. การบูร

5. โกฐทั้ง 5

6. เทียนชัยทั้ง 5 หนักสิ่งละ 1 บาท 1 สลึง

7. ใบมะดัน

8. ใบส้มป่อย

9. ใบส้มเสี้ยว

10. ใบหนาด

11. รากตองแตก

12. ดีปลี

13. กฤษณาดี

14. กระลำพัก

15. เปลือกหอยแครงเผาไฟ

16. ดอกพิกุล

17. ดอกบุนนาค

18. ดอกสารภี

19. พิษนาศน์

20. ฝาง

21. คำฝอย หนักสิ่งละ 1 บาท

22. เนื้อฝักคูน 3 ฝัก

ตัวยาทั้งหมดมาต้มกินน้ำก่อนอาหาร 3 เวลาครั้งละครึ่งแก้ว แก้สตรีประจำเดือนมาๆ หยุดๆ หรือมากะปริดกะปรอยทำให้จิตใจหดหู่ อารมณ์หงุดหงิด หายได้แน่แล


ยอดยาแก้สตรีปวดมดลูก

1. พริกไทยล่อน 7 เม็ด

2. ดีปลี 7 เม็ด

3. กระเทียม 7 กลีบ

4. ขิงสด 7 ชิ้น

5. ไพลสด 7 แว่น

6. ว่านชักมดลูกสด 7 แว่นหนาๆ

ตำคั้นเอาน้ำกินหรือจะเคี้ยวทั้งน้ำทั้งเนื้อให้หมดก็ได้ กินวันละ 2 ครั้ง กินอย่างมาก 3 วัน อาการปวดก็พลันหาย หากกะบังลมหรือมดลูกเคลื่อนก็หดกับเข้าอู่อย่างเดิมได้เร็ว


ยอดยาแก้สตรีเป็นมุตกิดระดูออกกลิ่นเหม็น

ขนานพิเศษใช้รม

1. ผิวมะกรูดแห้ง หนัก 3 บาท (มากกว่าก็ได้)

2. หัวไพลแห้ง หนัก 3 บาท (มากกว่าก็ได้)

3. กำยาน หนัก 3 บาท (มากกว่าก็ได้)

ตำเป็นผงใส่ขวดไว้ เวลาจะรมก็เอาถ่านไฟแดง ๆ ใส่ภาชนะที่เหมาะสม เอาตัวยาโรยบนถ่านไฟ แล้วเอากะลาชนิดที่มีรูซึ่งเขาขูดใหม่ ๆ มาครอบถ่านไฟอีกที ให้ควันพุ่งขึ้นทางรู นั่งรมก้นให้ควันยาเข้าไปสัมผัสกับช่องคลอด รู้สึกว่าตัวยาจะหมดก็เอายาโรยใหม่ (โดยใช้ถ่านไฟไม่มากนัก) นั่งรมวันละ 15 นาทีไม่กี่วัน



โรคก็แห้งหายไปเลยอย่างน่าประหลาด

ขนานพิเศษใช้กิน


1. ฝาง หนัก 20 บาท

2. พริกไทยล่อน หนัก 20 บาท

3. แก่นขี้เหล็ก หนัก 20 บาท

4. ใบมะกา หนัก 20 บาท

5. มะคำไก่ หนัก 20 บาท

6. เชือกเขาหนัง หนัก 20 บาท

7. ยาดำ หนัก 1 บาท

8. แก่นลั่นทม หนัก 20 บาท

9. เกลือ 1 ถ้วยแก้ว

ใส่หม้อต้มรับประทานตอนสาย ๆ และตอนเย็น อาการมุตกิดและกลิ่นเหม็นจะค่อย ๆ หายไปสิ้น

สรรพคุณยานี้ ยังแก้อาการคัน ฝ่ามือ หลังมือ ท้องผูกพรรดึก ผิวเนื้อ-ผิวหนัง ร้อนผ่าว ๆ ได้ดีอีกด้วย


ยอดยาแก้ปัสสาวะไม่สามารถขณะมีครรภ์

1. รากไม้เท้ายายม่อม หนัก 2 บาท

2. โคกกระสุน หนัก 2 บาท

3. ใบพยับเมฆ หนัก 2 บาท

4. รากหญ้าคา หนัก 2 บาท

5. รากลำเจียก หนัก 2 บาท

ใส่หม้อต้ม ใส่น้ำ 3 ส่วน เคี่ยวให้เหลือครึ่งหนึ่งกินครั้งละ 1 ถ้วยชา วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร ยา 1 หม้อกินได้ 2 วันก็ควรเปลี่ยนใหม่อีกหม้อจึงดี


ยอดยาแก้ปัสสาวะไม่สะดวก-บวมตามตัว-มือ-เท้า-ขณะตั้งครรภ์

ตำรับยาจีน


1. เล่งกุก หนัก 4 สลึง

2. จูเหล็ง หนัก 3 สลึง

3. ปิ๊กไถ่ หนัก 4 สลึง

4. ง่วมเซียม หนัก 3 สลึง

5. คื้อแบะ หนัก 4 สลึง

6. ซีทอย หนัก 4 สลึง

7. แชกูปั้ง หนัก 7 สลึง

ยา 1 เทียบ ใส่น้ำ 3 ชามข้าวต้ม เคี่ยวให้เหลือครึ่งชามกินครั้งเดียวให้หมดขณะยาอุ่น ๆ ก่อนอาหารเช้า-เที่ยง-เย็น โดยใช้ยาหม้อเดียวนั่นเอง คือก่อนกินใส่น้ำ 3 ชาม ต้มให้เหลือครึ่งชามทุกครั้ง ขอให้กินติดต่อกันไปสัก 2 หรือ 3 ห่อ ภายในไม่กี่วัน โรคบวม โรคปัสสาวะไม่สะดวก ตลอดถึงโรคไตทั้งหญิงและชายหายได้สบายมากแล


ยอดยาแก้ไข้ทับระดู

ขนานที่ 1


1. รากหญ้าคา หนัก 5 บาท

2. เกษรบัวหลวง หนัก 5 บาท

3. รากมะนาว หนัก 5 บาท

4. รากมะอึก หนัก 5 บาท

นำมาต้มกินต่างน้ำทั้งวัน ต้มกินเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ กินไปสัก 1-2 หม้อ อาการไข้ทับระดูก็จะหายได้แน่นอน ก่อนกินก็ตั้งใจบูชาครูบาอาจารย์เสียก่อนและเสกด้วยคาถาเสกยากินด้วยก็ดี

หมายเหตุ นายหนังตะลุงเสียงทอง ปรีชา พุทธรอด ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคลองขุด ต.ดอกรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ผู้เป็นเจ้าของตำราได้ใช้รักษาคนไข้ทับระดูในระหว่างเดิอนทางไปเที่ยวแสดงหนังตะลุง ตามจังหวัดต่าง ๆ ปรากฏว่าอาการทับระดูหายไปด้วยทุกราย



ขนานที่ 2


1. ดอกพิกุล

2. ดอกบุนนาค

3. แห้วหมู

4. ต้นแมงลักและใบ

5. ต้นและใบเบญจมาศ

6. ต้นผักเสี้ยนผี

7. รากจิงจาย

8. รากคัดเค้า

9. รากขัดมอน

10. แว้งทั้งสอง

11. ก้านสะเด็ด

12. จันทน์ขาวจันทน์แดง

ยาทั้งหมดเอาหนักอย่างละเท่า ๆ กัน เคยต้มหายมากอย่าได้คลางแคลง ไข้ทับระดูนี้บอกไว้ให้แจ้ง พิษร้อนกล้าแข็ง ไม่รู้สึกตัว กระสับกระส่าย กระวนกระวาย ร้อนแรงตามตัว เพศเลือดเพศไข้ทำให้น่ากลัว กินยาไม่ทั่ว น่ากลัวจะตาย เมื่อรู้ยานี้ ทำกินทันที หม้อเดียวก็หาย



ขนานที่ 3

ไปซื้อพริกชี้ฟ้าแห้งมา 3 เม็ด หัวหอม 3 หัว ปลาสลิดแห้งตัวเล็ก ๆ 3 ตัว เมื่อถามราคาดู แล้วผู้ขายบอกราคาเท่าไรก็ให้เงินเขาเท่านั้น ห้ามต่อราคาเป็นอันขาด เมื่อได้ครบแล้ว เอาน้ำใส่ลงไปในหม้อประมาณ 1 แก้ว ตำพริกและหัวหอมใส่ลงไปพอน้ำเดือดใส่ปลาสลิดลงไปกะพอสุก (เว้นก้าง) อย่างมากรับประทาน 2 ครั้ง (เช้า-เย็น) ไข้ทับระดูก็จะหายไปอย่างไม่น่าเชื่อ



ขนานที่ 4


ให้เอาตัวผาลเหล็กที่ใช้ไถนามาแล้ว 1 อัน เผาให้ร้อนจนเหล็กแดง แล้วเอาปลาร้าประมาณ 2-3 ตัวไปวางบนผาลเหล็กซึ่งกำลังร้อนจัด จึงใช้น้ำฝนแท้ ๆ ที่สะอาดราดลงไปบนปลาร้า โดยมีภาชนะคอยรับน้ำไว้ แล้วนำน้ำนั้นซึ่งไม่มากนักไปกรองด้วยผ้าที่สะอาดเสร็จแล้วนำไปให้คนไข้ดื่ม หากคนไข้ป่วยหนักไม่อาจจะอ้าปากได้ ก็ให้ใช้มีดหรือไม้งัดให้ปากอ้าออกแล้วกรอกยาเข้าไป อาการไข้ทับระดูไม่ว่าจะเริ่มเป็นหรือเป็นมาหลายวัน จนชีวิตจะไม่รอดแล้ว ก็จะหายได้



ขนานที่ 5

ให้เอาดีปลีเชือก 1 ไพลแห้ง 1 หัวกะทือแห้ง 1 หัวขิงแห้ง 1 หัวกระเทียม 1 (เอาหนักอย่างละ 4 บาท) พริกไทยล่อนหนัก 1 บาท ยาทั้ง 6 อย่าง บดเป็นผง เวลากินตักมา 1-2 ช้อนชา ละลายกับน้ำร้อน ผสมน้ำตาลทรายขาวนิดและแทรกสุราหน่อย กินได้ทุกเวลาไม่ถึง 2 วัน ไข้ทับระดูหายแน่นอนแล

1. หากเป็นระดูทับไข้ จะรู้สึก ปวดหัวตัวร้อน ปวดหลัง-เอวไปจนถึงโคนขา อาการเหล่านี้จะเกิดก่อนที่ระดูจะมา
3-4 วัน เมื่อระดูมาแล้วอาการก็จะหายไปเอง หากไม่หายก็ต้องกินยาหรือไปหาหมอ

2. หากเป็นไข้ทับระดู สตรีที่มีอายุ 15 หรือ 18 ไปแล้ว ปรากฏว่าระดูยังไม่มา จะมีอาการปวดหัวมัวตา มีไข้ตัวร้อน มีอาการคล้าย ๆ คนบ้า พูดเพ้อ หากไม่รักษาอาจถึงตายได้แต่ถ้าได้รับการรักษาหรือกินยา ระดูก็จะมา อาการของโรคก็จะหายไปได้



ขนานที่ 6


ให้เอาหมากดิบที่กินกับพลู 3 ลูก ปอกเอาเฉพาะผิวเปลือก 1 เทียนดำ เอาเมล็ด ใบ-เนื้อ-เปลือก อย่างละหยิบมือ 1 ขี้แมลงสาบ 3 หยิบมือ (คั่วให้สุกเกรียมเสียก่อน) 1 ตัวยาทั้งหมดนำมาคั่วไฟให้ไหม้ บดเป็นผง เวลากินตักมาพอประมาณผสมสุรา 1 ส่วน น้ำสุกอุ่นๆ ส่วนกินวันละ 3 ครั้ง แก้ไข้ทับระดูได้ผลดีมากทีเดียว



ขนานที่ 7

1. รากมะกรูด หนัก 1 บาท

2. รากมะนาว หนัก 1 บาท

3. รากมะปริงหนัก 1 บาท

4. รากมะปราง หนัก 1 บาท

5. ผักบุ้ง หนัก 1 บาท

6. ผักกะเฉด หนัก 1 บาท

7. ผักพังพวย หนัก 1 บาท

8. รังหมาร่า หนัก 1 บาท

9. กาบตาล หนัก 1 บาท

ใส่หม้อต้มกินก่อนอาหารเช้า-เย็น ครั้งละ 1 ถ้วยชา (ถ้วยมีหู) กินเรื่อย ๆ ไปจนยาจืด อาการไข้และอาการมดลูกอักเสบ หายแน่แล



ยอดยาแก้โรคมุตกิดระดูขาว


1. ใบมะกา

2. ข่าแดง

3. ใบมะนาว

4. เกลือสินเธาว์

5. หัวหอม

6. ใบส้มป่อย

7. ดินประสิว

8. ใบมะขามธรรมดา

9. ใบมะขามแขก

10. ใบส้มเสี้ยว (ทั้งหมดเอาหนักอย่างละ 1 บาท)

11. สารส้ม หนัก 2 บาท

12. รากเล็บเหยี่ยว หนัก 4 บาท

13. ข้าวเย็นเหนือข้าวเย็นใต้รวมกันหนัก 2 บาท

ตัวยาทั้งหมดใส่หม้อต้มเคี่ยวเหลือน้ำเพียงครึ่งเดียว แล้วกรองใส่ภาชนะไว้กินวันละ 3 เวลา ครั้งละ 3 ช้อนคาว โรคจะหายไปได้ในเร็ววันแล



ยอดยาแก้ระดูสตรีไม่ปรกติ

ให้เอาข่า 1 ขิง 1 ไพล 1 ผักเสี้ยนผี 1 สิ่งเหล้านี้เอาพอสมควรตำคั้นเอาน้ำสิ่งละ 2 ถ้วยตะไล น้ำมะนาว 1 ถ้วยตะไล พริกไทยผก 1 ถ้วยตะไล ขิงแห้งตำเป็นผง 1 ถ้วยตะไล ยาเล่านี้เอารวมกันขึ้นตั้งบนไฟร้อน เอาเหล็กดี (เหล็กเนื้อดี) กวนไปจนกว่ายานั้นเดือด เมื่อสุกดีจึงนำมารับประทาน โดยทำเป็นก้อนพอกลืนได้ กินไปจนหมดทั้งเช้าทั้งเย็น โรคหายรวดเร็วดีนักแล ตำรับยาแก้สตรีเลือดตกมากเมื่อคลอดบุตรให้เอา (1) ใบเบญจมาศ (2) ก้างปลาแดง (ปลากิน) ยาทั้ง 2 อย่าง ใส่หม้อต้มใส่น้ำ 3 ส่วน ให้เหลือ 1 ส่วน กินให้หมดในครั้งเดียวเลือดจะหยุดแล



ยอดยาแก้สตรีตกเลือดแล้วสลบนิ่ง

หรือเห็นว่าตายแล้วให้กลับคืน

ให้เอาดินดำบดผสมกับสุรา แล้วอมไว้เอาหลอดกาแฟแข็ง ๆ ใส่ปากคนที่อมยา แล้วเป่ายาเข้าไปในคอของคนป่วย ไม่ช้าคนป่วยจะกับฟื้นขึ้นมาได้ (แต่ต้องทำภายใน 1-2 ชั่วโมง) ฟื้นแล้วจะนำส่งโรงพยาบาวอีกทีก็ได้




ลำดับ 2

ยอดยาเกี่ยวกับทารก

(ที่เห็นว่าดีและอาจต้องใช้เมื่อยามจำเป็น)

ยอดยาแก้ยาแก้ซางทั้งปวง ขนานที่ 1

1. เอาจันทร์ทั้งสอง

2. เนระพูสี

3. สังกรณี

4. ลูกสารพัดพิษ

5. พิษนาศน์

6. ไคร้เครือ

7. หัวย่านาง

8. ลูกจันทร์

9. ลูกกระวาน

10. กานพลู

11. กำมะถันแดง

12. พริกไทย

13. ขิง

14. หอมแดง

15.กะทือ

16. กระชาย

17.ไพล

18. เมล็ดพันธุ์ผักกาด

19. ขมิ้นอ้อย

20. ดินประสิว

21.สารส้ม

22. น้ำประสานทอง

23. เมล็ดในมะนาว

ทั้งหมดเอาอย่างละเท่า ๆ กัน ตำผงทำแท่งไว้ ยักน้ำกระสายใช้กวาดซางเด็กใช้น้ำมะนาวแก้น้ำเปลือกมะเดื่อ



ขนานที่ 2

1. โหราเดือยไก่

2. พิมเสน

3. มหาหิงคุ์

4. ดองดึง

5. รากนับแนวแดง

6. สมอทั้งสอง

7. โกฐทั้ง 5

8. เทียนทั้ง 5

9. การบูร

10. น้ำประสานทอง

11. หางไหล

12. สลอดหนักเท่ายาทั้งหลาย (สลอดต้องต้มด้วยน้ำซาวข้าว 3 ครั้ง บดให้ละเอียดตากแห้งจึงใช้ได้) เอาน้ำขิงเป็นกระสาย บดทำเป็นเม็ดขนาดเท่าลูกพริกไทยให้เด็กกินประสะซางดีนักแล


ยอดยากินแก้ตานขโมยในเด็ก

(ชนิดหาได้ง่ายขนานที่ 1)


โรคตานขโมย อันทำให้เด็กผอมก็ดี ให้ท้องโรก็ดี ให้ปรุงยานี้กิน คือ

1. เอาลูกขี้กามา 1 ลูก ผ่าซีก 8 ซีก เอาเพียง 1 ซีก (อีก 7 ซีกทิ้งไป คือ 1 ลูก
เอาเพียง 1 ซีก

2. เอาเปลือกไข่เน่ามา

3. เอาขมิ้นอ้อยมา

ยาทั้ง 3 อย่างนี้ เอามารวมกันแล้วชั่งให้ได้น้ำหนักเท่า ๆ กัน นำลงใส่หม้อเอาน้ำ จืดครึ่งขวดแม่โขง สุราโรงครึ่งขวดแม่โขง เทลงไปต้มกิน เช้า-เย็น โรคตานขโมยหายแล้ว



ชนิดหาได้ง่ายขนานที่ 2

1. ให้เอาใบกะเพรามา 2 กำมือ

2. ให้เอาใบชุมเห็ดมา 2 กำมือ

3. ให้เอาใบกะพังโหมมา 2กำมือ

ยาทั้ง 3 อย่างใส่หม้อ ต้มด้วยสุราโรงผสมน้ำอย่างละครึ่งให้เด็กกินเช้า-เย็น โรคตานขโมยหายแล



ยอดยาแก้โรคซาง-หละขึ้นในทรวงอก-ลิ้น-ปาก-คอ ของเด็ก

ขนานที่ 1

ให้เอาใบมะรุมเผา 1 ขมิ้นอ้อย 1 ลิ้นทะเลเผา 1 ใบพิมเสนเผา 1 ยาทั้งหมดเอาเสมอกัน บดให้ละเอียดละลายน้ำมะนาว ใช้กวาดแก้หละและซางทุกจำพวกที่ขึ้นในปาก คอ ทำให้อ้วก ให้ไอ ดูดนม กินข้าวไม่ได้ หายแล



ขนานที่ 2

ให้เอาผลประคำดีควาย 1 ผลเบญกานี 1 ถ่านไม้สัก 1 น้ำประสานทองสะตุ1 ยาทั้งหมดเอาเสมอกัน บดให้ละเอียดละลายน้ำมะนาว กวาดแก้หละ แก้ซางทุกจำพวกที่ขึ้นในปาก ในคอเด็ก ดีนักแล



ขนานที่ 3

ให้เอาหางจากชายคาเผา 1 ไม้สักเผา 1 น้ำประสานทองสะตุ 1 ยาทั้งหมดเอาเสมอภาคกัน บดละลายสุรา กวาดแก้สารพัดซางทั้งปวงที่ขึ้นในปากคอ ลิ้นตกสิ้นแล


ยอดยากินแก้เด็กเป็นโรคหอบหืด

ให้เอาปลิงที่เกาะควายเผือก (ควายสีขาวล้วน) ตัวที่ดูดเลือดควายจนอิ่มมา 7-8 ตัว แล้วเผา ย่างไฟให้แห้งสนิท นำไปบดให้ละเอียดนำไปผสมกับน้ำธรรมดากวาดคอเด็กที่เป็นโรคหอบหืด หรือจะให้เด็กดื่มเลยก็ได้ โดยละลายกับน้ำใส ๆ สักหน่อยวันละ 2 ครั้ง ราว 7 วันก็จะหายจากการเป็นโรคหอบหืด


ยอดยากินแก้ไข้เจ็บ ไข้ร้อนในของเด็ก

1. รากกล้วยตีบ

2. รากกล้วยน้ำ

3. รากหมาก

4. รากมะพร้าว

5. รากมะอึก

6. รากมะแว้ง

7. รากย่านาง

8. รากไม้เท้ายายม่อม

9. รากมะเดื่อแดง

10.รากเล็บมือนาง

11. รากฟักเขียว

12. เมล็ดมะกอก

13. จันทน์หอม

14. เนระพูสี

15. หวายตะค้า

16. ผลประคำดีควาย

ยาทั้งหมดเอาหนักอย่างละเท่า ๆ กัน ต้มกินแก้เด็กเป็นไข้จับร้อนภายใน แก้กระหายน้ำ แก้หอบ แก้ชัก เป็นยาขับพิษไข้ร้อนทั้งปวงและพิษซางขนานเอกแล


ยอดยากินแก้โรคไข้ป้างในตัวเด็ก

ขนานที่ 1


โคกกระสุน 1 กำมือ กากชานหมากดิบแห้ง 1 กำมือ ขมิ้นอ้อย 5แว่น เขียน นะโม พุทธายะ ลงไปในขมิ้นแต่ละแว่นต้มด้วยน้ำปูนใส กินวันละ 3 เวลา ไข้ป้างหายแน่ ๆ แล



ขนานที่ 2

ใบขนุน 5 ใบ ลงพระเจ้า 5 พระองค์ (คือ นะ โม พุท ธา ยะ) องค์ละ 1 ใบ ร้อยพวงมาลัยตามลำดับนำไปย่างไฟให้เหลือง ใส่หม้อต้มเสกด้วยพระเจ้า 5 พระองค์ เช่นกันกินครั้ง ขนุนออกใบหนึ่ง กินครั้งที่สอง ปลดออก 1 ใบ กินครั้งที่ 3 ปลดออกอีก 1 ใบ จนหมดใบขนุน 5 ครั้ง ไข้ป้างหายแล



ขนานที่ 3

1. พริกไทย

2. กระเทียม

3. ขิง

4. กระชาย

5. น้ำตาลหม้อ

เอาหนักหรือปริมาณอย่างละเท่า ๆ กัน ตำให้ละเอียดทำเป็นลูกกลอน เด็ก 5 ขวบขึ้นไป เป็นไข้ป้างกินหายแน่นอน หากผู้ใหญ่เป็นก็เพิ่มตัวยาให้ทั่วคือ มีน้ำหนักหรือปริมาณมากขึ้น



ขนานพิเศษสุด

ให้เอาพริกไทยมา 1 กระป๋องนม ตำให้ละเอียด นมตราดีๆ 1 กระป๋อง น้ำผึ้งรวงดูดีแท้ๆ 1 กระป๋องนม เคี่ยวให้เข้ากันทำเป็นลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดพุทรา กินวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ก้อนโตขึ้นไปกว่ารับรองโรคป้างหายขาดแล


ยอดยากระทุ้งไข้แก้เหือดหัดในตัวเด็ก

1. ย่านาง

2. หัวคล้า

3. หัวว่าวใหญ่

4. หัวปรง

5. ต้นบานไม่รู้โรยดอกขาว

6. ผลประคำดีควาย

7. รากฟักเขียว

8. รากก้างปลา

9. เปลือกทองหลางใบมน

10. รากต้นระงับ (ไมยราบ)

ยาทั้งหมดเอาหนักอย่างละเท่า ๆ กัน ต้มกินเช้า-เย็น เป็นยากระทุ้งพิษ ดับพิาห้ามกำเริบ (แล้วจึงค่อยกินยาแก้ไข้ต่อ)


ยอดยาแก้เหือดหัดหลบใน

ถ้าแม้นเหือดหัดหลบในหนองมูกไหลทางทวารมา พึงรีบเร่งให้การรักษา ตัวยาดีมาประกอบกันเข้า

1. แก่นขนุน

2. แกแล

3. ข้าวเย็นเหนือ

4. ข้าวเย็นใต้

5. กะเม็งทั้ง 5

6. น้ำนมราชสีห์ทั้ง 5 (พืช)

7. ปาง

8. ชะเอม

ตัวยาทั้งหมดเอามาหนักอย่างละเท่าๆ กัน ต้มกินเช้า-เย็น หัดหลบในหายแล


ยอดยาพอกกระหม่อมสำหรับเด็กเป็นไข้ตัวร้อน

ยาพอกกระหม่อม แก้เด็กตัวร้อน เด็กไม่ได้นอน ร้อนดังเพลิงสุม ให้รีบจัดหาเอาคราบแมงมุม 1 กล้วยน้ำตานี 1 ขุดหัวเอามา ยังรากผักหวาน 1 สามสิ่งเท่านี้ จำให้จงดี แทรกดินประสิวเคล้าคลึงประสมยา พอกกระหม่อมอย่าช้า พิษร้อนผ่อนหาย


ยอดยาแก้เสมหะน้ำลายเหนียวที่เกิดแก่ทารก

ยากวาดสำรอก ให้เสมหะ น้ำลายเหนียว ออกมา เอาใบกะเพราแงขยี้เข้าจริงเจียวด้วยนิ้วมือเรียว สุราหยอดลงสัก 4-5 หยด คั้นเอาน้ำสด กินหายโดยตรง สำหรับกุมารล้างเสมหะลงน้ำลายก็คงหายเหนียวโดยพลัน


ยอดยาหยอดแก้หูเป็นน้ำหนวก

หากหูเป็นน้ำหยวก ทางในไม่สะดวก เหมือนอย่างเป็นฝี เจ็บปวดหนักหนา ลำบากแสนทวีจงใช้ยานี้แก้ดีดังใจ คือ

1. ขมิ้นอ้อยแดง

2. เมล็ดในสะบ้า

3. เมล็ดลำโพง

ตัวยา 3 อย่าง นำมาคั้นเอาแต่น้ำให้ได้อย่างละ 1 ถ้วยตะไล หรือมากกว่าใส่กะทะตั้งไฟเคี่ยวไปนาน ๆ จนเกือบแห้ง ยกลง เย็นดีแล้วเทใส่ขวดไว้หยอดหูข้างที่หนองไหลสัก 2-3 ครั้ง หนองในหูจะหาย ค่อยคลายสะบายใจ หายไปด้วยฤทธิ์ของยาแล (ผู้ใหญ่ก็ใช้ได้)



ยอดยาแก้เด็กเป็นโรคตานขโมยดากออก

1. เปลือกสำโรง

2. ฝาง

3. เปลือกทับทิมแก่

4. จุกหอม

5. จุกกระเทียม

6. หัวหรือรากตะไคร้

7. แกลบข้าวกล้อง

8. เกลือเม็ด (ทั้งหมดเอาหนักสิ่งเท่า ๆ กัน)

9. หญ้ายองไฟ (เอาให้มากกว่าสิ่งอื่น)

ให้เอายาทั้งหมดตำผสมให้เข้ากัน ห่อผ้ายัดเข้าไปในกระบอกไม้ไผ่สีสุก เอาใบไผ่สีสุกยัดปิดปาไว้ แล้วนำไปอย่างไฟเหมือนทำข้าวหลาม นำมากินเช้า -เย็นครั้งละเท่าหัวแม่มือ โรคดากซึ่งออกมาทางทวารหนักหายสิ้นจะอ้วนท้วนแข็งแรงขึ้นแล


ยอดยาแก้ตาน-ซางเด็กชนิดเป็นเม็ด-ตุ่ม-ปม ตามหัวตามตัว

1. ชุมเห็ดเทศทั้งห้า

2. กะเพราทั้งสอง

3. ขมิ้นอ้อย

4. รากเล็บมือนาง

5. เถาตูดหมูตูดหมา

6. ขอบชะนางทั้งสอง

7. รากขี้กาแดง

8. รากสะแก

9. เปลือกไข่เน่า

10. บอระเพ็ด

ยาทั้งหมดเอาหนักอย่างละ 1 บาท ต้มกินเช้า-เย็น ครั้งละ 1 ถ้วยชาเล็ก (ถ้วยไม่มีหูจับ)


ยอดยาแก้เด็กน้อยกระเพาะอาหารอักเสบ

ธาตุพิการระบบย่อยอาหารหย่อนสมรรถภาพ

ให้นำตัวยาดังกล่าวต่อไปนี้มารักษา คือ

1. บอระเพ็ด 7 แว่น

2. ขมิ้นอ้อย 6 แว่น

3. สมอไทย 3 ลูก

4. ชุมเห็ดเทศ 1 ต้น

5. ชุมเห็ดไทย 1 ต้น

6. มะกรูด 4 ลูก

7. ขี้กาแดง 1 ลูก

8. ใบเทียนย้อมเล็บ 1กำมือ

9. ใบทับทิม 1 กำมือ

10. รากสะแก หนัก 1 บาท

11. รากมะเกลือ หนัก 1 บาท

12. รากกระพังโหม หนัก 1 บาท

ต้มให้เด็กน้อยกินครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 2 ครั้งก่อนอาหารเช้า-เย็น (จะใส่น้ำตาลทรายลงไปบ้างนิดหน่อยเพื่อให้เด็กน้อยกินได้ง่าย)


ยอดยากินแก้ตาน-ซางเด็ก จับตับจับม้าม

(ทำให้เซื่องซึมพุงโตก้นปอด)

1. รากมะอึก

2. รากมะแว้งทั้งสอง

3. จันทน์ทั้งสอง

4. รากชะพลู

5. แห้วหมู

6. ลูกมะขามป้อม

7. สมอพิเภก

8. สมอไทย

ยาทั้งหมดเอาอย่างละ 1 บาท ต้มกินเช้า-เย็นหลังอาหาร ครั้งละ 1 ถ้วยชาเล็ก (ถ้วยไม่มีหูจับ)


ยอดยาแก้ทารกเป็นหวัดคัดจมูกและเป็นไข้ตัวร้อน

เมื่อเด็กเป็นหวัดคัดจมูกและมีไข้ตัวร้อนขั้นแรกให้โกรกกระหม่อมด้วยน้ำอุ่นตอนเช้า ๆ ก่อนสัก 2 เช้า (จะใช้ยาสำเร็จรูปอื่น ๆ ทา-กินไปด้วยก็ไม่ห้าม) หากยังไม่ทุเลาก็ให้เอาหัวหอมเล็ก 1 หัวเปราะ (หรือทั้งใบทังต้นด้วยก็ได้) 1 ขมิ้นสด 1 อย่างละพอประมาณ นำมาโขลกให้เกือบพอดี ปั้นเป็นรูปขนมโดนัท โปะไว้กลางกระหม่อมตอนเช้า ๆ ขณะที่มีไข้รุม ๆ หรือไข้สูงอยู่ โปะหรือสุมไว้จนกว่าไอความร้อนในตัวเด็กจะออกไปสู่ตัวยาไม่เกิน 3 ชั่วโมง โดยวิธีใช้ผ้าพันจากศีรษะถึงใต้คาง (เพื่อกันหลุด) แก้เด็กเป็นหวัด คัดจมูกจะเป็นไข้ตัวร้อนได้ผลดีนักแล


ยอดยาต้มแก้ตับ-แก้ม้ามช้ำในเด็ก

1. รากเต่าร้าง

2. เปลือกหอยขม

3. รากผักหนาม

4. รากเจตมูลเพลิง

5. รากไม้เท้ายายม่อม

6. รากเล็บมือนาง

7. รากโคนดินสอ

8. กระดองเต่านา

เอาหนักอย่างละ 1 หรือ 2 บาทก็ได้ มาต้มกินก่อนอาหารครั้งละ 1 ถ้วยตะไล วันละ 3 เวลา กินก่อนนอนด้วยยิ่งดี


ยอดยาเด็กชัก-หลังแข็ง

ท่านให้เอากระดูกงูเหลือมกับใบขึ้นฉ่าย ฝนกับเหล้าโรงทาหลังเด็ก อาการชักและอาการหลังแข็งจะหายไป


ยอดยาพิเศษสำหรับกวาดคอเด็ก

1. พิมเสน หนัก 2 บาท

2. ใบสันพร้าหอม หนัก 2 บาท

3. ใบสันพร้ามอญ หนัก 3 สลึง

4. ว่านร่อนทอง หนัก 3 สลึง

5. ใบทองพันชั่ง หนัก 3 สลึง

6. ว่านกีบแรด หนัก 3 สลึง

7. เปราะหอม หนัก 2 สลึง

8. จันทน์แดง หนัก 3 สลึง

9. ข่าคั่วพอเหลือง หนัก 2 สลึง

10. น้ำประสานที่สะตุแล้ว หนัก 2 สลึง

11. ลูกประคำดีควาย หนัก 2 สลึง

12. ฝักส้มป่อยตัว หนัก 2 สลึง

13. การบูร หนัก 3 สลึง

14. จันทน์ขาว หนัก 3 สลึง

15. หมึกหอม หนัก 2 สลึง

16. ดีงูเหลือม หนัก 2 สลึง



ตัวยาทั้งหมดตำเป็นผงเก็บไว้ เมื่อเด็กเป็นซางในลักษณะต่าง ๆ เช่น เด็กลิ้นขาว ลิ้นแดงจัด ลิ้นดำ ลิ้นเป็นขุม ก็ใช้วัตถุที่สะอาดหรือนิ้วที่สะอาดแตะยากวาดคอป้ายลิ้นเด็ก หากเด็กมีอาการดังนี้



ก. มือ-ตีน เย็น เอาน้ำจากลูกเบญกานี ที่ฝนกับฝาละมี แทรกน้ำประสานทองสะตุผสมกับยาทาลิ้น

ข. มีเม็ดเลือดในลำคอ เอารากมะแว้ง ฝนกับน้ำมะนาว แทรกเกลือนิดหน่อย ผสมยาให้เด็กจิบกิน หรือช้อนกาแฟ หลอดกาแฟ หยดลงในปาก

ค. มีอาการตัวร้อน ใช้น้ำดอกมะลิ ผสมกับยาทาคอ หรือหยดให้กิน


ยอดยาหอบ-ชักจนคางแข็ง

1. ใบบัวหลวง

2. ใบกะเพรา

3. กาบหน่อไม้ไผ่สีสุก

4. สมุดข่อยดำ

5. กระดองแมงดาทะเล

6. ลิ้นทะเล

7. หนังปลากระเบน

8. เกล็ดปลาช่อน

9. ผมคน

10. เม็ดมะกอก

11. น้ำประสานทองที่สะตุบนฝาละมีแล้ว

12. ขี้แมลงสาบ

13. แววนกยูง

นำตัวนาทั้งหมด ซึ่งซื้อหามาสิ่งละเท่า ๆ กัน คั่วในกระทะพอกรอบแล้วตำเป็นผงใส่ขวดไว้กวาดคอเด็ก หรือผสมน้ำสุกกรอกปากเด็ก อาการหอบ-ชักคางแข็ง ซึ่งเกิดขึ้นในบางครั้งหายแล


ยอดยาประคบท้องทารก

1. ให้เอามหาหิงคุ์มา หนัก 1 บาท ยัดใส่เข้าไปในหัวไพลสด

2. ให้เอายาดำมา หนัก 1 ยัดใส่เข้าไปในผลมะกรูด

3. ให้เอารงทองมา หนัก 1 บาท ยัดใส่เข้าไปในขมิ้นอ้อย

แล้วนำไปเผาไฟแกลบพอสุกระอุดี เอาใบกะเพราเท่ายาทั้งปวง ตำเป็นผงแล้วปั้นเป็นเม็ดไว้ใช้ละลายกับสุรา ทาท้องเด็กอ่อน ป้องกันและแก้ทารกท้องขึ้นนอนไม่หลับทำให้ทารกผายลมไม่สะดวก หรือนำไปทาบนใบพลูแล้วลนควันใต้ประคบท้องทารก แก้ปวดท้อง ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ดีนักแล


ยอดยาแก้ไข้เลือดออกในเด็ก (และผู้ใหญ่)

1. ใบมะขาม หนัก 1 บาท

2. ใบมะเฟือง หนัก 1 บาท

3. ใบหมากผู้ หนัก 1 บาท

4. ใบหมากเมีย หนัก 1 บาท

5. ใบระงับพิษ หนัก 1 บาท

6. ใบระหนาด หนัก 1 บาท

7. ใบสะเดา หนัก 1 บาท

8. ใบผักขวง หนัก 1 บาท

9. ใบฝักไร หนัก 1 บาท

10. ขมิ้นอ้อย หนัก 1 บาท



หากขนานนี้หาตัวยาไม่ได้หรือไม่ทัน ให้เปลี่ยนมาใช้ขนนต่อไปนี้แทนก็ได้ คือ



1. จันทน์ขาว หนัก 1 บาท

2. รากย่านาง หนัก 1 บาท

3. รากไม้เท้ายายม่อม หนัก 1 บาท

4. รากทูบทาบ หนัก 1 บาท

5. รากคาคลอง หนัก 1 บาท

6. รากฝักข้าว หนัก 1 บาท

7. รากผักสาบ หนัก 1 บาท

8. รากผักหวานบ้าน หนัก 1 บาท

ยาแต่ละขนานบดเป็นผงใส่ขวดไว้ เวลากินตักมาครั้งละครึ่งช้อนชา ละลายกับน้ำซาวข้าวครั้งที่ 2 ที่ข้นๆ ครึ่งถ้วยชาไม่มีหู ก่อนอาหาร 30 นาที วันละ 3 ครั้ง แล้วตักมาใหม่ผสมกับน้ำซาวข้าวชะโลมให้ทั่วร่างกายด้วย



สรรพคุณ แก้คนไข้มีความร้อนในร่างกายสูง มีอาการเมื่อยขบตามร่างกาย ปวดศีรษะ มีอาการสะท้านร้นสะท้านหนาว และมีจุดแดง ๆ ประดุจน้ำชาด ตามร่างกายมีคนไข้จุดแดง ๆ โตขนาดเม้ดถั่วบ้างเม็ดงาด้วย




ลำดับ 3

ยอดยาเกี่ยวกับสตรีหลังคลอดบุตร

(ที่เห็นว่าดีและอาจต้องใช้เมื่อจำเป็น)



ยอดยาแก้มดลูกเคลื่อนหรือกะบังลมเคลื่อน

1. รากพุมเรียง หนัก 4 บาท

2. โคกกระสุน หนัก 4
บาท

3. โคกกระออม หนัก 4 บาท

4. รากมะดัน หนัก 4 บาท

5. ราก-ต้น บานไม่รู้โรย หนัก 4 บาท

6. รากขนุนละมุด หนัก 4 บาท

7. ใบหนาด หนัก 4 บาท

ใส่หม้อต้ม กินก่อนอาหารเช้า-เย็นครั้งละ 1 ถ้วยชากินไปเพียง 15 วัน ใช้ยาเพียง 2-3 หม้อ มดลูกหรือที่เรียกว่ากะบังลมจะหดกับเข้าสู่ที่ตั้งโดยธรรมชาติแล



ยอดยาดองเหล้าทำให้มดลูกแห้งโดยเร็วหลังคลอด

1. ขิง

2. ดีปลี

3. สะค้าน

4. เจตมูลเพลิง

5. ลูกจันทน์

6. กานพลุ

7. กระเทียม

8. พริกไทย (ให้มากหน่อย)

9. กำจัด

10. กำจาย

11. กระวาน

12. แก่นขี้เหล็ก

13. หางไหลแดง

14.โกฐเชียง

15.คำฝอย

16. ส้มกุ้งใหญ่

17. เทียนขาว

18. ชะเอมจีน

19. หัสคุณเทศ

20. เทียนดำ

21. เทียน ข้าวเปลือก

ยาทั้งหมดนี้เอาหนักอย่างละเท่า ๆ กันให้ละเอียดดองกับสุราโรง ไว้ก่อนสัก 2-3 เดือน (จะทำมากน้อยเท่าไรสุดแต่ความต้องการและทุนทรัพย์) ใช้รับประทานได้ต่อเมื่อคลอดบุตร 5 วันล่วงแล้ว เป็นยาขับเลือด ขับลม ขับน้ำคาวปลา ทำให้มดลูกแห้งสนิท ทั้งแก้ลมที่ทำให้ตาเหล่ ปากเบี้ยวได้ด้วย สตรีที่อยู่ไฟไม่ได้หรืออยู่ไม่ถึงกำหนดทำให้มีอาการซูบผอม รับประทานยานี้แล้วทำให้แข็งแรง ผิวพรรณงามขึ้น



ยอดยาดองเหล้าให้มดลูกแห้งไม่แข็งแรงหลังคลอด

1. เปล้าน้อย

2. เปล้าใหญ่

3. แสมทะเล

4. เจตมูลเพลิง

5. จันทน์ทั้งสอง(สิ่งละเท่าๆ กัน)

6. ดีปลี

7. พริกไทย

8. ขิง

9. ลูกจันทน์

10. ลูกกระวาน

11. ดอกจันทน์

12. กานพลู

เอาหนักอย่างละเท่ ๆ กัน จะเอาอย่างละกี่บาทก็ได้ ตำเป็นผง ห่อผ้าขาวดองเหล้าไว้ก่อนสักคลอดสัก 2 หรือ 3 เดือน คลอดแล้ว 3 วัน จึงตักมากินครั้งละถ้วยตะไล ก่อนอาหารสัก 15 นาที วันละ 3 เวลา สุขภาพของแม่จะสมบูรณ์แข็งแรง ขับน้ำคาวปลามดลูกแห้งเข้าอู่เร็วดี



ยอดยานึ่งทำให้ท้องยุบหลังคลอด

1. สารส้ม หนัก 1 บาท

2. ไพล หนัก 2 บาท

3. ดีปลี หนัก 1 บาท

4. กระเทียม หนัก 1 บาท

5. พริกไทย หนัก 1 บาท

6. ดินประสิว หนัก 1 บาท

อีกทั้งใบมะกาหนักเท่ายาทั้งหมดรวมกันนำมาคลุกเคล้ากับสุราหรือน้ำส้มสายชูอย่างแม้ก็ได้ แล้วแผ่ลงบนหน้าท้อง ตรงมดลูกแล้วเอาผ้าทำเป็นพวงมาลัยครอบยาทั้งหมดไว้เอาหม้อใส่เกลือไว้แล้วไปตั้งไฟให้ร้อนจัด แล้วนำมาวางทับลงบนยา นาบคลึงไปตามหน้าท้องให้ร้อน ทำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น มีคุณขับเลือดลมทำให้มดลูกแห้งดีนัก ทำให้ท้องยุบดูสวยงามภายหลังคลอด ดีนักแล



ยอดยาบำรุงน้ำนมเมื่อคลอดบุตรแล้ว

1. ผลเร่ว

2. ใบกระวาน

3. กานพลู

4. พริกไทย

5. ขิงแห้ง

6. ดีปลี (6 อย่างนี้เอาหนักอย่างละเท่ากันจะทำมากน้อยที่สุดแต่กำลังทรัพย์)

7. ระย่อม (หนักเท่ายาทั้งหมดรวมกัน)

ทำเป็นผงแล้ว จะปั้นเป็นเม็ดก็ได้ ละลายกับน้ำสุราก็ได้ ยาขนานนี้ทำเป็นผงรวมกันแล้ว ต้องให้ทางร้านห่อ ๆ ห่อละ 1 เฟื้องเท่านั้น หรือกะดูว่า 1 เฟื้องมีปริมาณเท่าใดจำไว้แล้วรับประทานให้ได้ปริมาณเท่านั้นก็ได้ ทำให้น้ำนมข้นและบำรุงน้ำนมให้ออกมาก ๆ ใช้ได้ผลดียิ่งนัก



ยอดยาดับพิษไฟขณะสตรีอยู่ไฟหลังคลอด

เอาหัวหอมทุบให้ช้ำ ต้มกับน้ำฝาง พอสมควร เดือดแล้วตั้งไฟไว้เห็นเย็นใส่ปากอมพ่นไปพรมร่างกายบริเวณที่ต้องการใช้เวลาสตรีอยู่ไฟให้แสบร้อนผิวหนัง หรือเป็นเม็ดเป็นผื่นดุจผิวมะกรูด มีอาการปวดแสบปวดร้อนให้พ่นจนทั่วบริเวณ อาการดังกล่าวหายไปทันทันตาเห็นผล



ยอดยากินเพื่อถ่ายเลือดเน่าร้ายร้ายเลือดแห้ง

1. ใบมะกา

2. ใบส้มเสี้ยว

3. ใบมะดัน

4. ใบมะขาม

5. ใบส้มป่อย (ตัวยา 1-5 นี้เอาสิ่งละ 1 กำมือ)

ตัวยาทั้งหมดเอามาใส่หม้อต้มขณะต้มแทรกดีเกลือไทยลงไปตามกำลังธาตุหนักเบาฤทธิ์ของยาจะถ่ายโลหิตเน่าร้าย ติดค้างอยู่ภายในและเลือดไม่ดีซึ่งติดอยู่ที่กระดูกสันหลังให้ออกมาหมด ทำให้สุขภาพแข็งแรงหลังคลอดบุตรแล้วแล



ยอดยาป้องกันทารกเป็นหละ

1. ให้ผลเอามะกอกมา 3 ผล แล้วนำไปเผาไฟ

2. ให้ผลเอาลิ้นทะเลมาหนัก 1 บาท แล้วนำไปปิ้งไฟพอสุก

3. ให้เอาทองคำเปลว 3 แผ่น

ทั้งหมดนำมาบดรวมกันกับน้ำสุก แล้วปั้นเป็นแท่งไว้เพื่อใช้กวาดหรือป้ายลิ้นปากทารกเพื่อแก้หละ ทั้งแก้ซางด้วย



ยอดยาแก้คลอดบุตรไม่ออกบุตรตายในท้อง

ขนานที่ 1

1. เอาโคนกล้วยตานีเน่า (ที่เขาตัดต้นแล้ว) 1 กะลาเต็ม

2. เอาผลฟักเขียว 1 กะลาเต็ม

3. เอาผักแว่น 1 กะลาเต็ม

ตัวยาทั้งหมดตำให้ละเอียด คลุกให้เข้ากัน นำไปพอกที่บริเวณท้องน้อยของสตรีสัก 30 นาที สรรพคุณของยาจะซึมเข้าไปบีบมดลูก ให้ทำการขับเด็กที่ตายอยู่ในท้อง ออกมาได้เองแล



ขนานที่ 2

ผู้ใดคลอดบุตรตายเน่าทรุดในท้องก็ดี ท่านให้จัดหา หญ้าผักเสี้ยนผี 1 ราก เสนียดที่ดี 1 รากพันงูแดง 1 ทั้งรากฟักเขียว 1 หัวกรุงเขมา 1 รีบจัดหาเอา 5 สิ่งจัดแจงฝนด้วยน้ำท่า ทาให้บุตรแห้งทาชโลมท้องไว้ทั้งวัน บุตรที่ติดค้างอยู่ในครรภ์ จะหลุดลุ่ยออกมา อีกขนานหนึ่งประสบมา เอามือน้ำเต้าขม 1 หัวดองดึงป่า 1 เปลือกไข่ไก่ฟัก 1 คราบงูเอามา 1 รวมกันเครื่องยา เมล็ดพันธุ์ผักกาดด้วย 1 ครบเสร็จทั้งนี้ ตำให้จงดี ทาท้องขยันกุมารอยู่ในไหลออกมาพลัน แต่ก่อนทายานั้น พิเคราะห์ให้ดี แม้นกุมารไม่ตายทาท้องไม่ได้ห้ามใช้ยานี้



ยอดยากินแก้รกติด เมื่อคลอดบุตร

ขนานที่ 1

ผู้ใดคลอดบุตร เมื่อรกเน่าทรุด ติดอยู่ก็ดี ให้เอาเนื้อฝักเขียว 1 ถ้วยฝาละมี สารส้มของดี หนักเพียงสองสลึง ยาสองสิ่งนี้ เคี่ยวให้งวดดี กินให้พอถึงวันละ 3 จอก รกอ่อนตาบึงลูกตายติดครึ่ง หลุดออกง่ายดาย



ขนานที่ 2

ให้เอาฝักดอกบัวหลวง 7 ฝัก ต้มกับน้ำตาลทรายขาวหนัก 2 บาท กินเข้าไปสัก 1 ถ้วยชา 2 ชั่วโมง ต่อครั้ง ไม่ช้ารกที่ติดค้างอยู่จะออกมาหมดแล



ขนานที่ 3

1. ยอดฝ้ายแดง 7 ยอด

2. พริกไทย 7 เม็ด

3. ขิง 7 แว่น

4. กระเทียมโทน 7 หัว

เอาตัวยาทั้งหมดมาตำให้ละเอียด ผสมสุราโรง 28 ดีกรีกินครั้งเดียวไม่หมด ยาจะขับรกให้ออกมาแล (หากกินครั้งเดียวยังไม่ออก เว้น 1 ชั่วโมง)



ยอดยาแก้โลหิตในเรือนไฟขับโลหิตและน้ำคาวปลา

ให้เอาพริกไทย ขิงแห้ง ดีปลี สารส้ม ดินประสิว การบูร (ทั้งหมดเอาหนักอย่างละ 2 สลึง) เปราะหอม ว่านน้ำ ผิวมะกรูด แก่นแสมทั้งสอง เทียนดำ ไพล (ทั้งหมดเอาหนักสิ่งละ 3 บาท) ว่านนางคำหนัก 10 บาท ยาทั้งหมดตำผงละลายน้ำร้อนหรือน้ำสุรารับประทาน แก้โลหิตทำพิษในเรือนไฟเป็นยาขับโลหิตและน้ำคาวปลา แก้มุตกิดแก้ขัดเบาได้ผลดีนักแล



ยอดยาขับโลหิตเน่าในเรือนไฟทำให้เข้าไฟได้

1. เกลือ

2. สารส้ม

3. ดินประสิว

4. เทียนดำ

5. เทียนขาว

6. ขิงแห้ง

7. กระชาย

8.ไพล

9. หัวหอม

10. กระเทียม

(ทั้งหมดเอาหนักอย่างละ 1 สลึง)

11.เปล้าทั้งสอง

12. แสมทะเล

13. เทพธาโร

14. ข่าต้น

15. หัสคุณไทย

16. ผักเสี้ยนผี

17. ใบรักขา

18. ลูกจันทร์

19.ดอกจันทร์

20. กระวาน

21. กานพลู

22. แห้วหมู

23. ย่างทราย

24. หญ้าไทร

25. กุ่มบก

26. เปลือกกุ่มน้ำ

(ทั้งหมดเอาหนักสิ่งละ 1 บาท)

27. ชะพลู

28. หัสคุณเทศ

29. มะตูมอ่อน

30. ใบคนทีสอ

31. ผลสมอไทย

32. ผลสมอเทศ

33. ผลสมอพิเภก

34. รากมะรุม

(ทั้งหมดเอาหนักสิ่งละ 2 บาท)

35. แก่นสน 6 สลึง

36. บอระเพ็ด 6 สลึง

37. สะค้าน 6 สลึง

38. มหาหิงคุ์ 5 บาท

39. ยาดำ 5 บาท

40. ดีปลี 6 บาท

41. เจตมูลเพลิง 10 บาท

ทั้งหมดตำเป็นผง ละลายน้ำผึ้ง หรือน้ำขิงน้ำข่า รับประทานเฉพาะเวลาเย็น แก้โลหิตเน่าร้ายมิให้ดีขึ้นทำให้เข้าไฟได้ หรือไฟไม่ถึง ให้เอายานี้รับประทานขับเลือดร้ายและแก้โทษระดูแก้จุกเสียดแก้ลม 7 จำพวกได้ผลดีนักแล



ยอดยาบำรุงโลหิตหลังจากการเสียเลือดหรือเลือดน้อย

ให้เอาเบญจกูลทั้ง 5 สิ่ง ๆ ละ 1 บาท ลูกจันทร์ 1 บาท ดอกจันทร์ 1 บาท กระวาน 1 บาท กานพลู 1 บาท โกฐทั้ง 5 สิ่งละ 1 บาท สมอทั้ง 3 สิ่งละ 1 บาท ชะลูด 2 บาท อบเชย 2 บาท สักฃี 2 บาท เปล้าทั้งสอง สิ่งละ 2 บาท แก่นแสมทั้งสอง สิ่งละ 2 บาท กฤษณา 2 บาท กำลังวัวเถลิง 2 บาท ขมิ้นเครือ 2 บาท ดอกพิกุล 2 สลึง ดอกบุนนาค 2 บาท ดอกสารภี 2 สลึง เกสรบัวหลวง 2 สลึง ดอกคำฝอย 1 บาท ยาเหล่านี้เอาต้มรับประทานเช้า-เย็น เป็นยาบำรุงดีนักแล



ยอดยากินแก้เลือดเสียระดูเสียมิอาจมีบุตรได้


(ให้กลับมีบุตรได้)

1. โกฐทั้ง 5

2. ลูกจันทน์

3. ดอกจันทน์

4. ลูกกระวาน

5. กานพลู

6. เลือดแรด

7. ยาดำ

(ทั้งหมดเอาสิ่งละ 2 สลึง)

8. ใบส้มป่อย

9. ใบส้มขาม

10. ใบส้มเสี้ยว

11. ใบมะกา

12. ใบมะคำไก่

13. ฝางเสน

14. แกแล

15. สมอทั้ง 3

16. ขมิ้นเครือ

17. เกลือสินเธาว์ (ทั้งหมดนี้เอาสิ่งละ
1 บาท)

18. เถาวัลย์เปรียง

19. เถาคันแดง

20. แก่นขี้เหล็ก

21. แก่นขนุน

22. แก่นลั่นทม

23. ดินประสิว

24. สารส้ม

25. ดีเกลือ

26. บอระเพ็ด

27. หัวบุก

28. หัวกลอย

29. หัวอุกพิต

(ทั้งหมดนี้เอาอย่างละ 1 บาท)

ต้มกินเช้า-เย็น เลือดดี ระดูดี มีบุตรได้แล



ยอดยาเกี่ยวกับอาการผิดปกติก่อนจะหมดประจำเดือน

1. ขมิ้นอ้อย หนัก 1 บาท

2. รากนางคำ หนัก 1 บาท

3. รากเสนียด หนัก 1 บาท

4. หัวแห้วหมู หนัก 2 บาท

5. รากมะตูม หนัก 2 บาท

6. รากไม้รวก หนัก 2 บาท

ใส่หม้อต้มกินน้ำครั้งละ 1 ถ้วยชาวันละ 3 ครั้งก่อนอาหาร 30 นาที อาการปกติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกายจะค่อย ๆ หายไป (กินอย่างน้อยสัก 2-3 หม้อจึงดี)



ยอดยาชักมดลูกให้เข้าอู่

1. รากมะยมตัวผู้ หนัก 1 บาท

2. รากส้มป่อย หนัก 1 บาท

3. รากมะขามขี้แมว หนัก 1 บาท

4. ใบขนุน หนัก 1 บาท

5. ยางแสมทะเล หนัก 1 บาท

ใส่หม้อต้ม ใส่น้ำ 3 ส่วน เคี่ยวให้เหลือ 1 ส่วน กินครั้งละ 1 ถ้วยชา (ถ้วยมีหู) ก่อนอาหารเช้า-เย็น สรรพคุณของยา จะทำให้มดลูกที่อักเสบ หรือที่หย่อนยาน หลังจากการคลอดบุตรให้เป็นปกติและกลับเข้าสู่ที่ตั้งโดยธรรมชาตด้เร็วดีมากแล



ยอดยาบำรุงสตรีให้สมบูรณ์เปล่งปลั่งหลังคลอดบุตร

1. รากหญ้าพันงูแดง หนัก 2 บาท

2. หัวแห้วหมู หนัก 2 บาท

3. บอระเพ็ด หนัก 2 บาท

4. หัวไพลแห้ง หนัก 2 สลึง

5. รากมะตูมหนัก 2 สลึง

6. รากจิ้งจก หนัก 2 สลึง

7. รากปีป หนัก 2 สลึง

8. ผิวมะกรูด หนัก 2 สลึง

9. โกฐทั้งเก้า สิ่งละ 2 สลึง

10. เทียนทั้งเก้า สิ่งละ 2 สลึง

11. ชะเอมทั้งสอง สิ่งละ 2 อัน

12. รากคนที่สอ หนัก 2 สลึง

13. รากหนาด หนัก 2 สลึง

14. พริกหอม หนัก 2 สลึง

15. รากชะพลู หนัก 2 สลึง

16. ลูกจันทน์ หนัก 2 สลึง

17. สนเทศ หนัก 2 บาท

18. รากเจตพังคี สิ่งละ 2 สลึง

19. เอื้องเพชรม้า หนัก 1 บาท

20. เปลือกกุ่มทั้งสอง สิ่งละ 1 บาท

21. ไฟเดือนห้า หนัก 1 บาท

22. สมุลแว้ง หนัก 1 บาท

23. กรุงเขมา หนัก 1 บาท

24. การบูร หนัก 5 สลึง

25. เม็ดกระวาน หนัก 3 สลึง

26. รากเอ็น หนัก 3 บาท

27. รากมะรุม หนัก 5 สลึง

28. รากมะแว้งเครือ หนัก 3 สลึง

29. รากมะเครือขื่น หนัก 3 สลึง

30. รากเจตมูลเพลิง หนัก 2 สลึง

31. กานพลู หนัก 3 สลึง

32. แก่นแสมทั้งสอง หนัก 5 สลึง

33. สะค้าน หนัก 3 บาท

34. หญ้ายองไฟ หนัก 4 บาท

35. หอยสังข์เผา หนัก 2 บาท

36. รากส้มกุ้งทั้งสอง สิ่งละ 3 สลึง

เอาตัวยาทั้งหมดตำเป็นผงใส่ขวดไว้ เวลากินก็ตักมาครั้งละ 2 ช้อนชา ละลายกับน้ำส้มซ่า พอทำเป็นก้อนให้กลืนกินได้ กินก่อนอาหารเช้า-เย็น และก่อนนอนประจำบำรุงร่างกายให้แข็งแรง มีน้ำมีนวลเปล่งปลั่งเป็นที่สะดุดตาของสามี สามีจะรักแรงยิ่งนักแล



ยอดยากินทำให้สตรีมีเสน่ห์แรง

1. ขมิ้นอ้อย หนัก 10 บาท

2. หัวไพล หนัก 10 บาท

3. ขมิ้น หนัก 10 บาท

4. กระชาย หนัก 10 บาท

5. พริกไทยล่อน หนัก 10 บาท

6. หัวแห้วหมู หนัก 10 บาท

ตัวยาทั้งหมดหั่นตากแดด ตำเป็นผงละลายน้ำผึ้งรวง ทำเป็นก้อนเท่าเมล็ดพุทรากินก่อนอาหารเช้า-เย็นและก่อนนอนครั้งละ 2-3 เม็ด ยาไม่ทันหมด ถึงมีลูกสัก 10 คน ทางสวาทก็ยังรัดรูปเหมือนสาวพรหมจารีแล



ยอดยากินทำให้ช่องคลอดแคบและเล็กลง

1. เทียนดำ หนัก 4 บาท

2. เทียนขาว หนัก 4 บาท

3. ตรีกฏุก หนัก 2 บาท

4. รากเสนียด หนัก 2 บาท

5. สารส้ม หนัก 1 บาท

6. หัวไพล หนัก 4 บาท

7. ขมิ้นอ้อย หนัก 2 บาท

8. ครั่ง หนัก 2 บาท

9. ลูกเบญกานี หนัก 1 บาท

10. ฝาง หนัก 2 บาท

ยา 1 หม้อ ใส่น้ำ3 ส่วนเคี่ยวให้งวดเหลือ 1 ส่วน ใช้กินครั้งละ 1 ถ้วยชา วันละ 2 ครั้ง ช่องคลอดแคบและเล็กลงได้จริงทุกคนแล

หมายเหตุ แต่ถ้าจะให้เนินสวรรค์อวบใหญ่นูนมากขึ้น หน้าอกอวบตึงโตมากขึ้น ต้องจับต้องนวดด้วยตัวเองบ่อย ๆ ด้วยน้ำมัน V. (วี) ของหมอผู้เฒ่า ตลาดเสสะเวช ตรงข้าม สน. บางยี่เรือ ถนนเทอดไท โทร.สอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลข 456-5265 ไปหาได้ทุกวัน ได้ผลสมปรารถนาทุกคนแล



ยอยากินแก้อาการผิดปกติต่าง ๆ เฉพาะสตรีหลังหมดประจำเดือน

1. ยาดำ หนัก 4 บาท

2. ดอกคำฝอย หนัก 4 บาท

3. แก่นประดู่ หนัก 3 บาท

4. แก่นฝาง หนัก 3 บาท

5. ย่านเถาคันแดง หนัก 4 บาท

6. ลูกคัดเค้า หนัก 4 บาท

7. ใบ-ต้นเหงือกปลาหมอ(ได้ใบ-ต้นแดงยิ่งดี)หนัก 4 บาท

8. ไม้ไผ่คลาน (หาไม่ได้ก็ไม่ใส่) 4 บาท

9. ใต้เตย (หาไม่ได้ก็ไม่เอา) 3 ท่อน

10. ฝักราชพฤกษ์ 1 ฝัก

11. สารส้ม หนัก 2 บาท

12. ใบมะกา หนัก 2 บาท

ตัวยาทั้งหมด ใส่น้ำ 4 ส่วน เหลือ 2 ส่วน กินครั้งละ 1 ถ้วยชา (ถ้วยมีหู) วันละ 3 เวลา ก่อนอาหาร

สรรพคุณของยา
จะขับโรคร้าย เลือดลมเป็นพิษออกจากร่างกายทำให้ร่างกายเปล่งปลั่งขึ้น อาการเจ็บกระเสาะกระแสะไปโดยลำดับแล



ยอดยากินรักพิเศษสำหรับสตรีที่มีบุตรแล้ว

(หรือหญิงสาวที่อ้วนเกินไปทำให้ช่อง ไม่แคบเท่าที่อีกฝ่ายต้องการ)

1. กะทกรก หนัก 2 สลึง

2. ฝักแพงแดง หนัก 2 สลึง

3. โสมาวราแสง หนัก 2 สลึง

4. ผลเบญกานี หนัก 1 ตำลึง

5. เยาวกาสา หนัก 2 สลึง

6. กำยานอย่างดี หนัก 1 บาท

7. เปลือกและรากเถาหมวกแดง หนัก 1 บาท

8. โสมไทยหัวเล็กหรือใหญ่ก็ได้ หนัก 1 ตำลึง

9. เปลือกผลทับทิม หนัก 1 บาท

นำตัวยาทั้งหมดมาล้างให้สะอาด แล้วตากแดดให้แห้งสนิท บดให้เป็นผงจนละเอียดจริง (ละเอียดเหมือนแป้ง) ห่อผ้าแล้วอบไอน้ำเดือดให้นานสัก 10 นาที เพื่อฆ่าเชื้อบางอย่าง แล้วนำออกตากแดดให้แห้ง ใส่ภาชนะมีฝาปิดเก็บไว้ เวลาจะใช้ก็ให้นำขนไก่ 2-3 ขนมามัดรวมกัน นำไปแช่ในน้ำร้อนที่กำลังเดือดพล่านสักประเดเพื่อฆ่าเชื้อ แล้วเก็บใส่ถุงพลาสติกเก็บไว้ เวลาจะใช้ก็ให้นำขนไก่ไปชุบน้ำพอเปียกแล้วนำไปแตะที่ตัวยา (ซึ่งเทแบ่งออกมาแล้ว) แล้วสอดเข้าไปลูบไล้ให้ทั่วในช่องคลอด (ทาอาทิตย์ละ 3-4 ครั้งก็เห็นจะพอ) ตัวยาจะทำให้ช่องคลอดฟิตรัดรูปแน่นเหมือนสตรีวัยสาวตลอดไป

หมายเหตุ ในกรณีที่ทาแล้วช่องคลอดแคบและคับเกินก็ให้ใช้น้ำมันวาสลีน ซึ่งมีขายทั่วไป มาทาบางๆ ที่ปากและในช่องคลอด ก่อนเวลาธุรกิจการบ้านในแต่ละตรั้งปัญหาก็หมดไป



จากหนังสือ เพรชน้ำเอก กรุยอดตำรับยาสมุนไพร

โดย

พฤฒาจารย์วิพุธโยคะ รัตนรังษี

อาจารย์ สุวัตร์ ตั้งจิตรเจริญ บ.ภ.,บ.ว.,บ.ผ.

ที่ปรึกษาทางด้านการผลิตยาสมุนไพรแผนโบราณ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา

อาจารย์ ปริญญา อุทิศชลานนท์ บ.ภ.,บ.ว.,บ.ผ.

อนุกรรมการ กองประกอบโรคศิลปะ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข






เรียนท่านผู้อ่าน
ถ้าท่านพบข้อผิดพลาดในการใช้ภาษาก็ได้หรือข้อผิดพลาดอันเกิดจากการพิมพ์
กรุณาแจ้งที่ webmaster@thaiherbclub.com ขอขอบพระคุณอย่างยิ่ง
จากคณะผู้จัดทำ www.thaiherbclub.com



Copyright ? 2003 Thaiherbclub.com Designed by Comsthan